วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ข้อดีของ Windows8 | ความรู้ไอที

Windows 8 ถูกเปิดตัวในช่วงปี 2555 ซึ่งได้พลิกโฉมระบบปฏิบัตการ Windows จากรุ่นก่อนๆไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งนอกจากความแปลกและความสวยงามที่เรามองเห็นเห็นได้จาก Windows 8 แล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดีของ Windows 8เพื่อช่วยให้ผู้ใช้กล้าตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้กันมากยิ่งขึ้น

1.ความเร็วในการ Boot เข้า ต้องบอกเลยว่าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบรอเครื่องคอมพิวเตอร์เปิดนานๆ เนื่องจาก Windows 8 ได้ลดช่วงเวลาในการ boot สำหรับพร้อมทำงานอยู่ที่ 10 วินาทีเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าไวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว


2. Live Tile หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานหน้าจอคอมอยู่ตลอดเวลาและมักจะต้องอัพเดทงานหรือข่าวสารต่างๆอยู่เสมอ ขอบอกได้ว่า Windows 8 สามารถตอบโจทย์คุณด้วย Live Tile ที่จะทำให้คุณเห็นทุกการเคลื่อไหวไม่ว่าจะเป็น แจ้งเตือน email, แจ้งเตือน facebook, Twetter, ราคาหุ้น, สภาพอากาศ, รูปถ่ายในเครื่อง, Skydriveหรือแจ้งเตือน Note ต่างๆ แบบ Real-time เลยทีเดียว
3.ใช้งานได้ทั้ง PC, Tablet และสมาร์โฟน ต้องบอกว่าทาง Microsoft ออกมาให้ครอบคลุมการทำงานทั้งแบบ PC ทั่วไปหรือแบบ touch screen ที่สุดจะทันสมัย ฉะนั้นคุณจะสามารถใช้งาน Windows 8 ผ่านทาง account เดียวก็ยังได้
4. Application เด็ดๆ ข้อดีของ Windows 8 คือได้เพิ่มเอา application ที่ใช้บน Tablet และสมาร์โฟนมาใช้บน PC ด้วย ฉะนั้นคุณจะสามารถหาโหลด app ที่ชอบพร้อมทั้งอัพเดทตลอดเวลาอีกด้วย


5.Task Manager ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ต้องขอบอกเลยว่าหมดปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการเปิด-ปิดโปรแกรมหรือทำการปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งาน เนื่องจาก Task Manager สามารถบอกถึงรายละเอียดการทำงานของคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจน
Windows 8 ถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการณ์ใหม่ที่คุณควรจะลอง ข้อดีของ Windows 8 อีกข้อคือมีการอัดเดพแพทต่างๆเพื่อทำการแก้ไขจุดบกพร่องของผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่ตลอดเวลา

วิธีแก้ปัญหาเครื่องอืดหรือช้าทำได้ง่ายๆ | ความรู้ไอที
คอมพิวเตอร์และความเร็วถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ คงไม่มีใครอยากจะใช้คอมที่ประมวลผลช้า แสดงผลช้า หรือใช้งานไม่ทันใจเอาเสียเลย เมื่อคุณซื้อคอมมาในช่วงแรกๆนั้นจะให้ประสิทธิภาพที่ดีและมีความเร็วในการทำงานสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไปหากคุณรู้สึกว่าคอมทำงานช้าเสียเหลือเกิน วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาเครื่องอืดหรือช้าที่ทำได้ง่ายๆ


1.ปิดโปรแกรมที่ไม่ใช้งานเสียบ้าง ใบบ้างครั้งเมื่อเราเปิดคอมใช้งานหลายๆโปรแกรมเราอาจจะลืมว่าโปรแกรมบางโปรแกรมมีการเปิดใช้งานอยู่ ส่วนนั้นเองเป็นส่วนที่ดึงให้ CPU แรม และฮาร์ดดิสทำงานหนักจนทำให้เกิดปัญหาคอมอืดหรือช้าลง คุณสามารถปิดมันด้วยการกด Ctrl+Shift+Escape พร้อมกันจะปรากฏหน้าต่างของ Task Manage คุณสามารถสั่งปิด (End Task) โปรแกรมต่างๆที่ไม่ได้ใช้งานลงได้


2.จัดการไฟล์ขยะ หากคอมของคุณใช้งานมานานมักจะมีไฟล์ขยะต่างๆที่คุณคาดไม่ถึง จนทำให้เกิดปัญหาเครื่องอืดหรือฮาร์ดดิสเต็มได้ คุณสามารถจัดการขยะเหล่านั้นด้วยการสั่ง Disk Cleanup และทำการ Defragmentอยู่เป็นประจำ เพื่อให้ฮาร์สดิสสะอาดและจัดระเบียบไฟล์ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาคอมช้าและทำให้คอมเร็วขึ้น
3. Defragment วิธีนี้คือการจัดจัดระเบียบไฟล์ข้อมูลภายในฮาร์ดดิสของคุณ เพื่อให้คอมสามารถดึงเอาข้อมูลต่างๆไม่ใช้งานได้ง่ายขึ้น ถือว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาเครื่องอืดหรือช้าที่ทำได้ง่ายๆ


ขั้นตอนสุดท้ายของวิธีแก้ปัญหาเครื่องอืดหรือช้าที่ทำได้ง่ายๆ คือการถอนการติดตั้งหรือ Uninstall โปรแกรมที่ไม่จำเป็นออกเสียบ้าง จะช่วยให้พื้นที่ในการทำงานของฮาร์ดดิสมีมากขึ้นและช่วยให้คอมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

วิธีแก้ปัญหาคอมช้าและทำให้คอมเร็วขึ้นมากกว่าเดิม | ความรู้ไอที
คอมพิวเตอร์และความเร็วถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ คงไม่มีใครอยากจะใช้คอมที่ประมวลผลช้า แสดงผลช้า หรือใช้งานไม่ทันใจเอาเสียเลย เมื่อคุณซื้อคอมมาในช่วงแรกๆนั้นจะให้ประสิทธิภาพที่ดีและมีความเร็วในการทำงานสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไปหากคุณรู้สึกว่าคอมทำงานช้าเสียเหลือเกิน วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาคอมช้าหรือทำให้คอมเร็วขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ


1. ลดความสวยงามลง ให้คุณกดที่ Windows Key + X หรือคลิ๊กขวาที่ปุ่มStart เลือก System จากนั้นให้เข้าหมวด “Advanced System Settings” และกด Settings ทางด้านซ้าย วิธีแก้ปัญหาคอมช้าหรือทำให้คอมเร็วขึ้นวิธีนี้คือทำให้กราฟฟิคแสดงผลหน้าต่างดูหรือ Visual Effects หายไป



2.ยกเลิกโปรแกรมที่ไม่ใช้งาน ให้คุณกด Ctrl+Shift+Escape พร้อมกันจะปรากฏหน้าต่างของ Task Manage ที่จะบอกรายละเอียอของโปรแกรมที่กำลังสั่งเปิดใช้งานไว้ คุณสามารถสั่งปิด (End Task) โปรแกรมต่างๆที่ไม่ได้ใช้งานลงได้เนื่องจากโปรแกรมแต่ละโปรแกรมจะดึงเอาพื้นที่ของ Ram และ CPU ไปใช้งานจนทำให้คอมเราช้าลง


3.ปิด Start up บางตัว ทันทีที่คอมพิวเตอร์ของคุณ boot ขึ้นมา มันจะเกิดเพิ่มกับโปรแกรมหรือเครื่องมือบางชนิดที่มักจะดึงเอาทรัพยากร Ram และ CPU ของคุณให้หายไป ฉะนั้นควรปิดมันด้วยคลิกขวาที่ Taskbar ด้านล่างและเลือกTask Manager เข้าที่เมนู Startup คุณจะสามารถเปิด-ปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องการให้เปิดใช้งานพร้อมเครื่องโดยทันทีได้
สุดท้ายในส่วนวิธีแก้ปัญหาคอมช้าและทำให้คอมเร็วขึ้นคือการถอนการสแกนไวรัสหรือ Maleware ต่างๆ เพื่อช่วยให้คอมสามารถทำการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและหมดปัญหาไวรัสมากวนใจอีกด้วย


วิธีแก้หน้าจอฟ้าหรือ Blue Screen บน Windows
สัญญาณอันตรายที่จะช่วยบ่งบอกว่าตอนนี้คอมพิวเตอร์ของคุณกำลังมีปัญหานั้นมีด้วยกันหลายสัญญาณ แต่สัญญาณที่ต้องเรียกว่าทำให้ตกใจและหวาดกลัวกันมากที่สุดคงหนีอาการที่เรียกว่า Blue Screen หรือหากแปลตรงๆก็คือหน้าจอสีฟ้านั่นเอง  โดยหน้าจอฟ้าหรือ Blue Screenมักจะแสดงอาการต่อเมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณเกิดปัญหาผิดปกติภายในระบบปฏิบัติการ Windows โดยส่วนมากแล้วผู้ใช้จะต้องทำการรีเซ็ตเครื่องใหม่ หากคุณไม่อยากให้คอมพิวเตอร์มีอาการดั่งกล่าวอีกควรใช้วิธีแก้หน้าจอฟ้าหรือ Blue Screen บน Windows ดั่งต่อไปนี้



1.ตรวจสอบไดรฟ์เวอร์ ให้คลิกขวาที่ My computer เลือก Manage จากนั้นเลือก Device Manager และตรวจสอบให้ว่าตอนนี้มีอุปกรณ์ใดที่ไม่สมบูรณ์หรือยังไม่อัพเดทไดรเวอร์ หมั่นตรวจสอบและแก้ไขไอคอนตกใจให้หมดก่อนการใช้งานต่อไป หากสามารถลงไดรฟ์เวอร์ของทุกตัวใหม่หมดเลยจะดีที่สุด 


2.ตั่งค่า System Restore ในบางครั้งหากเกิดข้อผิดพลาดกับระบบ Windows เราไม่จำเป็นต้องทำการติดตั้ง Windows ใหม่ แต่สามารถตั้งค่า Startup and Recovery ด้วยการเพื่อช่วยให้เราสามารถกู้คืน Windows ให้กับมาใช้งานเบื้องต้นได้


แต่หากรีเซ็ตแล้วยังไม่สามารถใช้งานได้ ควรจะต้องมีวิธีแก้หน้าจอฟ้าหรือ Blue Screen บน Windows ที่ต้องอาศัยความเข้าใจสักเล็กน้อย เนื่องจากอาการหน้าจอฟ้าเกิดได้จากหลายสาเหตุและแต่ละสาเหตุมีวิธีการแก้ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งหน้าจอฟ้าจะแสดงข้อความและ Error Code ที่บ่งบอกได้ว่าตอนนี้เกิดปัญหาอะไร ยกตัวอย่าง Error Code ที่พบบ่อย เช่น Error Code: Stop 0x0000000A หมายถึงอุปกรณ์บางย่างไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ หรือ Error: 0×00000077 หมายถึงฮาร์ดดิสมี Bad section หรือได้รับความเสียหายมากจนเกินไป

วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560

วิธีการแบ่ง Partition Windows 7, Windows 8, Windows 10 | แบ่งไดร์ง่ายๆ
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีหน่วยความจำที่ทำการเก็บไว้ใน Hard disk ซึ่งคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องมีการแบ่ง Partition เพื่อให้เหมาะสมกับการแบ่งใช้งานส่วนต่างๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการแบ่ง Partition จะช่วยให้เราสามารถติดตั้งระบบปฏิบัตการ จัดเก็บเอกสารหรือข้อมูลต่างๆได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น

วิธีการแบ่ง Partition ของ Windows 7, Windows 8 และ Windows 10 จะมีความคล้ายคลึงอยู่เล็ก เริ่มต้นให้คุณมองหาไอคอน This is PC หรือ My computer จากนั้นให้คลิ๊กขวาและเลือกเมนู Manage

 
จะปรากฏหน้าต่างของ Computer Manager สังเกตุที่เมนูด้านซ้ายให้คุณเลือก Storage >> Disk Manager จะพบรายชื่อไดรฟ์ต่างๆอยู่ตรงกลาง ซึ่งจะสังเกตุได้ว่าจะมีหน้าต่างสีดำเพื่อบอกจำนวนความจุที่สามารถแบ่งได้ ให้คลิกขวาและเลือก New Simple Volume

 
จะปรากฏหน้าสำหรับการกำหนดความจุของ Partition ใหม่ที่คุณต้องการสร้าง โดยคุณสามารถกำหนดเป็นหน่วยของเมกกาไบท์ (Mb) เมื่อเสร็จเรียบร้อยให้กดปุ่ม Next



ให้คุณเลือกว่าจะกำหนดให้ Partition มีชื่อไดรฟ์ว่าอย่างไร สามารถกำหนดรูปแบบของ File system และตั้งชื่อเล่นให้กับไดร์ฟนั้นๆ ผู้ใช้ควรเลือก Perform a quick format เพื่อช่วยให้ระบบทำการฟอแมตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น จากนั้นให้กดปุ่ม Next


หลังจากนั้นระบบจะทำการแบ่ง Partitionใหม่ให้กับคุณเรียบร้อยและกดปุ่ม Finish เป็นอันเสร็จ


ข้อควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการแบ่ง Partition นั้นจะต้องทำการ Format partition นั้นเสียก่อน ฉะนั้น Partitionหลักที่ได้ทำการติดตั้ง Windows 7, Windows 8, Windows 10 หรือระบบปฏิบัติการหลักไว้นั้นจะไม่สามารถทำการแบ่ง Partition ได้ หากคุณต้องการแบ่งส่วนของไดร์ฟหลักหรือไดร์ฟ C ให้ลงอาจจะต้องทำการแบ่งในขณะที่ทำการติดตั้ง Windows ใหม่ ซึ่งจะต้องแน่ใจมีความจุเพียงพอที่ใช้ติดตั้ง Windows นั้นๆได้

วิธีเพิ่มเมนู Start ใน Windows 8 ได้ง่ายๆเพียงไม่กี่คลิก
Windows 8 ถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการณ์ที่ได้รับความนิยมอยู่มากในบ้านเรา ด้วยดีไซน์ที่มีความสวยงาม ความหลากหลายในการปรับเปลี่ยน การเชื่อมต่อผ่าน account ต่างๆที่จะช่วยให้คุณใช้งานฟังก์ชั่นหรือทำงานต่างๆได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เจ้า Windows 8 ไม่มีเหมือนกับ Windows อื่นๆนั่นคือปุ่ม Start ซึ่งมีผู้ใช้หลายคนอาจจะรู้สึกว่าหากไม่มีปุ่มนี้อาจจะทำให้การทำงานต่างๆช้าหรือไม่ถนัดเอาเสียเลย วันนี้เราจึงมีวิธีเพิ่มเมนู  Start ใน Windows 8 มาฝากคุณ


ขั้นตอนแรกให้คุณคลิ๊กขวาที่หน้า desktop และเลือก Toolvars > new toolbar…

 

จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างขึ้นมาให้คุณคลิ๊กไปที่โฟลเดอร์ C:\Users\username\AppData\Roaming\Microsoft\Windows\Start Menu หรือคัดลอก %ProgramData%\Microsoft\Windows\Start Menu\Programs เพื่อนำไปใส่ในที่อยู่ด้านบนของหน้าต่าง เมื่อเจอแล้วทำการกดปุ่ม Select Folder 


จากนั้นคลิ๊กขวาที่พื้นที่ taskbar ด้านล่างและทำการ Lock Taskbar ให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถสร้างวิธีเพิ่มเมนู Start ใน Windows 8 เป็นที่เรียบร้อย เห็นหรือไม่ว่าง่ายและสามารถใช้งานได้ง่ายเพียงกดที่ลูกศร >> และสามารถหาเมนูต่างๆที่คุณต้องการใช้งานได้ทันที เช่น Paint, เครื่องคิดเลข หรือ Sticker note ต่างๆ

 
นอกจากนั้นคุณยังสามารถหาโหลดโปรแกรมสำหรับติดตั้ง Start menu แทนการเพิ่มส่วนดั่งกล่าวได้ ไม่ว่าจะเป็น Start Menu Reviver 2, ViStart หรือ Pokkiซึ่งมีให้เลือกใช้งานตามความชอบและยังสามารถปรับแต่งเมนูหรือไอคอนต่างๆได้อย่างหลากหลายอีกด้วย เพียงเท่านี้คุณก็ไม่กังวลว่าจะใช้งาน Windows 8 ได้ไม่คล่องแคล่วหรือถนัดอย่าง Windows รุ่นก่อนๆ เพราะเราสามารถใช้เทคนิคหรือโปรแกรมต่างๆปรับแต่งวิธีเพิ่มเมนู Start ใน Windows 8 จนสามารถใช้งานได้อย่างเป็นปกติมากยิ่งขึ้น