วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สถานีต่อไป iPhone 2018 !! การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ของ iPhone ?
     สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้มีข่าวดีๆมาให้วิเคาระห์กันครับ ที่ผ่านมาอุปกรณ์มือถือ ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคน ต้องมีติดตัวไว้ตลอด เราใช้งานมันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร เล่นเกมส์ฟังเพลง ฯลฯ อีกหลายๆอย่าง แต่วันนี้ เราจะมานำเสนอข่าวของ iPhone 2018 ซึ่งไม่ใช่ชื่อของมันนะครับ แต่จะมาบอกเล่ารายละเอียดที่เราหามา ให้ได้อ่านกันครับ ไปเริ่มกันเลยดีกว่า


     ก่อนหน้านี้ ทาง Apple ได้ปล่อย อุปกรณ์ใหม่ล่าสุดไป นั่นคือ iPhone X ที่ ผลตอบรับในบ้านเราดีมาก และที่อื่นๆก็เช่นกัน เพราะมี ลูกเล่นใหม่ที่ทุกคนสนใจมัน นั่นก็คือ การสแกนใบหน้า ซึ่ง ในส่วนนี้นี่แหละทำให้มันมีจุดขายของตัวมันเอง

     แต่ใน iPhone 2018 นี้ (ไม่ใช่ชื่อนะครับ) อุปกรณ์รูปทรงทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่น่าสนใจและเป็นประเด็นคือ บริษัท อาจจะกลับไปใช้ รูปทรงและรูปร่าง เหมือน iPhone 7 มากกว่าที่จะทำให้คล้าย iPhone X หรือ iPhone 8 (ข่าวส่วนนี้มีนักวิเคาระห์ มาอีกทีนะครับ แต่ไม่ใช่ข่าวของทาง Apple เอง)


     Apple อาจจะปล่อย New iPhone ใหม่สามรุ่นในปีหน้า ได้แก่ iPhone LCD 6.1 นิ้ว รุ่น OLED 5.8นิ้ว และOLD ขนาด 6.3 นิ้ว ซึ่งรูปทรงที่เป็นไปได้ของทั้งสามรุ่น จะมีการกลับไปใช้โลหะ แทนการใช้กระจกนั่นเอง
(เหตุผลคงเพราะว่าค่าเปลี่ยนมันแพงหรือไม่อันนี้ต้องวิเคาระห์กันอีกที)

     ซึ่งที่เราบอกว่า เหมือน iPhone 7 นั่นก็เพราะ iPhone X จะมีขนาดที่เล็ก จนเกือบเท่า iPhone 5 บางคนชอบที่เครื่องมันใหญ่มากกว่า แต่การที่ iPhone X ออกมาเครื่องเล็ก มันทำให้ดูโดดเด่นน้อยลงไปมาก ถ้าไม่หยิบขึ้นมาใช้จะไม่รู้เลยว่านั่นคือ iPhone X ที่ผ่านๆ นับตั้งแต่ iPhone 6sPlus ขึ้นมา Apple เน้นให้อุปกรณ์ หน้าจอ มีขนาดใหญ่ และรูปทรงรูปร่าง โดดเด่น (เหลือจอตรงกลางมีปุ่ม Home กลมๆ ข้างล่างจอ) ทำให้มองแล้วรู้เลยว่านั่นคือ iPhone แต่ เทียบกันกับ iPhone X เครื่องเล็ก ปุ่มก็หายไป ถ้าไม่หยิบใช้ เอามาสแกนใบหน้า เราคงไม่รู้เลยใช่ไหมหละว่ามันคือ iPhone X ถ้าวางเครื่องไว้เฉยๆ

     ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงให้ด้านหลังของตัวเครื่อง iPhone X และ iPhone 8 นั้น ก็เพื่อสนับสนุนลูกเล่นใหม่อย่าง ระบบชาร์จไร้สาย แต่ ในกรณี ถ้าหาก Apple กลับไปใช้เป็นโลหะเหมือนเดิมนั้น จะทำให้การชาร์จแบบไร้สาย มีปัญหาก็เป็นไปได้

     ในทางกลับกันถ้าหากใช้ โลหะเป็นฝาหลัง ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ ความทนทาน ที่ลดลงมากเมื่อมาใช้กระจก มันทั้งแตกง่ายและค่าเปลี่ยนก็แพงแสนแพง

    คนส่วนมาก ซื้อ iPhone เพราะ อะไร เพราะระบบชาร์จไร้สายเหรอ ? หรือเพราะมันเป็น iPhone ?
 แต่ถ้าหากมัน เป็นโลหะ ราคามันจะต้องถูกลง แต่ทุกอย่างเหมือน iPhone ที่เราเคยใช้ หละ? เหตุผลข้อไหนที่ คุณ ซื้อ iPhone ช่วยแชร์กับเราด้วยนะ

Cr: cnet
ผู้เขียน : Poseidon

     

วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560

vivo V7+ กล้องเซลฟี่ 24 ล้านพิกเซล หน้าจอ Full View 5.99 นิ้ว
     หากพูดถึงมือถือเซลฟี่เจ๋งๆสักเครื่อง คงจะไม่เอ่ยถึง vivo V7+ ไม่ได้เลย เพราะถือเป็นที่สร้างความฮือฮาให้กับนักเซลฟี่อยู่ไม่น้อย ด้วยความละเอียดกล้องหน้าถึง 24 ล้านพิกเซล แถมหน้าจอยังปรับขนาดให้ยาวขึ้นเพื่อรองรับการดูคลิป VDO ต่างๆแบบ Full View อีก วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปรู้จักกับเจ้า vivo V7+ ให้มากขึ้นกันค่ะ

ดีไซน์

        สำหรับดีไซน์ของ vivo V7+นั้น เป็นโทรศัพท์ที่มีการปรับขนาดหน้าจอให้ยาวขึ้น เพื่อทำให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับระบบFull View ความชัดสูงสุด 720x1440 ดังนั้นด้านหน้าจอจะใหญ่ชิดขอบ ไม่มีกรอบ มีเพียงตัวกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล ลำโพง และเซ็นเซอร์วัดแสงที่ด้านบนเท่านั้น


      ส่วนด้านหลังจะมีกล้อง 16 ล้านพิกเซล แฟลช LED ด้านบนโลโก้จะมีเซ็นเซอร์สำหรับสแกนลายนิ้วมือ ตัวเครื่องออกแบบ แบบ Unibody ไร้รอยต่อใดๆ


คุณสมบัติเครื่อง

ระบบปฏิบัติการ (OS) Android 7.1 / Funtouch OS 3.2
Ram
4GB
Rom 64GB - 256 GB
ความละเอียดกล้องหลัง 16ล้านพิกเซล
ความละเอียดกล้องหน้า 24ล้านพิกเซล
แบตเตอร์รี่ 3225 mAh Li-Ion
ชิปเสียง AK4376A Hi-Fi Audio
ขนาดเครื่อง 155.87 x 75.47 x 7.7 มม
ราคา 11,990 บาท



SOFTWARE และ UI

         vivo V7+ ระบบ Android 7.1.2 Nougat ที่ครอบเอาไว้ด้วย UI Funtouch OS 3.2 ของตัวเอง และเนื่องจากเป็นรุ่นแรกที่ไม่มีปุ่มกด ทำให้การใช้งานค่อนข้างง่าย เพราะ สามารถใช้ทางลัดในใช้ฟังก์ชั่นต่างๆได้เลยทันที เช่น รูดกลางจอแทนปุ่ม Home เป็นตัน



ระบบป้องการรบกวนขณะเล่นเกม

        หากใช้ vivo V7+ อรรถรสในการเล่นเกมของคุณจะไม่หายไป เพราะ ทางvivo ได้มีระบบป้องกันสิ่งรบกวน หากมีข้อความหรือสายเข้าระหว่างเล่นเกม เกมของคุณจะไม่สะดุดแต่อย่างใด


กล้อง

        มือถือรุ่นนี้ของ vivo มีจุดเด่นอยู่ที่กล้องถ่ายภาพ โดยเฉพาะกล้องหน้า ที่มีความละเอียดถึง 24 ล้านพิกเซล ค่ารู้รับแสง f/0.2 ทำให้รูปที่ออกมานั้นคมชัดมาก แถมการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยยังทำได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆอีกด้วย และหากเราไม่พอใจกับภาพที่ได้ก็ยังสามารถปรับแต่งรูปเพิ่มเติมได้เลยทันที


           ในส่วนกล้องหลังมีดีไม่แพ้กัน เพราะ มีโหมดให้เลือกปรับแต่งเยอะ ไม่ว่าจะเป็น โหมดถ่ายภาพมืออาชีพ โหมดภาพเคลื่อนไหว พาโนรามา ฯลฯ vivo V7+ ก็ทำออกมาดีไม่แพ้กล้องหน้าเลย แม้ความละเอียดจะน้อยกว่าก็ตาม


แบตเตอร์รี่

     สำหรับแบตเตอร์รี่ของ vivo V7+ มีความจุอยู่ที่ 3225 mAh Li-Ion ถือว่าเป็นความจุที่กำลังพอดีเลยสำหรับมือถือเครื่องนี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีระบบชาร์ตเร็ว ทำให้ต้องใช้เวลาสักนิดหากจะชาร์ตแบตให้เต็ม

     สำหรับราคาของเจ้าตัวนี้ อยู่ที่ 11,990 บาทเท่านั้น หากใครสนใจแต่ไม่อยากจ่ายเลยทีเดียว แนะนำให้ลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่ มือถือขายดี เว็บไซต์ดีๆ ขายถูก ส่งไว ใส่ใจหลังการขาย

สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อนนะคะ ไว้พบกันใหม่บทความหน้าค่ะ




เขียนโดย : Wu Yusun

ข้อมูล : specphone.com


เครดิตภาพ : Vivo Thailand



วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

Samsung W2018 มือถือฝาพับ high-end รุ่นใหม่ ระบบปฏิบัติการ Android จาก Samsung
       Samsung W2018 คือ มือถือฝาพับ 2 หน้าจอสัมผัส ระบบปฏิบัติการ Android ที่ผลิตขึ้นมาเผื่อกลุ่มนักธุรกิจระดับ high-end ของจีน


    โดยทาง Samsung และ China Telecom ได้จัดงานเปิดตัว Samsung W2018 ขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ เซี่ยเหมิน เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีมือถือซีรี่ย์ W ของจีน และ ครบรอบ 25 ปีของ Samsung ในตลาดจีน

       Samsung W2018 มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ขนาด 4.2 นิ้ว ความละเอียด Full HD จำนวน 2 จอ ชิปเซ็ต Snapdragon 835 ควบคู่กับแรม 6GB มีความจุให้เลือก คือ 64GB และ 256GB ที่สำคัญ Samsung W2018 ยังเป็นมือถือฝาพับรุ่นแรกที่มี Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะ AI ที่รองรับภาษาจีน




       กล้องหลังของ Samsung W2018 มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1.4 ไมโครเมตรต่อพิกเซล จุดเด่นอยู่ที่รูรับแสงกว้าง f/1.5พร้อมระบบOIS สามารถถ่ายVDO 4K ได้ 30 เฟรมต่อวินาที

ส่วนกล้องหน้า มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.9 แบตเตอรี่ 2,300mAh ในระบบ2ซิม


W 2018 ผลิตออกมา 2 สี สีพื้นฐานคือ สีดำ และ อีกสี คือ สีทอง ที่ออกมาเป็นแบบ limited edition

สนนราคาอยู่ที่ 15,999หยวน หรือ ประมาณ 80,000บาทไทย




ผู้เขียน : Wu Yusun

ที่มา/ภาพประกอบ : tech.sina.com.cn




วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Substitute Phone เครื่องมือช่วยแก้ไขอาการติดมือถือ


     อาการเสพติดมือถือหรือขาดมือถือไม่ได้ถือเป็นปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่งในสังคมยุคโซเชียล เพราะ ผู้คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจกับเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมนี้จนลืมสนใจสภาพแวดล้อมรอบตัวไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Klemens Schillinger นักออกแบบชาวออสเตรียเกิดแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์ Substitute Phone ขึ้น เพื่อที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และทำให้คนในสังคมหันมาใส่ใจกันและกันมากขึ้น


 


Substitute Phone มีลักษณะรูปทรงและขนาดคล้ายกับมือถือ โดยผลิตจากพลาสติกสังเคราะห์สีดำ และใส่ลูกหินทรงกลมเรียงลงไปในลักษณะต่างๆ มีทั้งหมด5แบบ ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนกำลังเล่นมือถืออยู่จริงๆ ไม่ว่าจะปาดขวา สไลด์ซ้าย ย่อ ขยาย ก็สามารถทำได้



      โดยจุดประสงค์ของสิ่งประดิษฐ์นี้ คือ หยุดพฤติกรรมการเช็คมือถือบ่อยๆ เมื่อรู้สึกอยากจับโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นมากๆก็ให้นำ Substitute Phone ขึ้นมาใช้และใช้เวลาเหล่านั้นพูดคุยกับคนรอบข้างแทน
      


     
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ยังไม่มีการวางจำหน่ายแต่อย่างใด โดยเว็บไซต์หลักของนักออกแบบรายนี้ได้เปิดเผยว่าจะเปิดให้ซื้อผ่านทางออนไลน์เร็วๆนี้



เขียนโดย :Wu Yusun


ข้อมูล :eeyuva.com

ภาพประกอบ :Klemens Schillinger

สนใจสินค้าอุปกรณ์IT : เว็บขายอุปกรณ์ITออนไลน์


เจาะลึกความแตกต่างของกล้อง Dual Camera iPhone X vs Pixel2
 
      สวัสดีคะช่วงนี้ข่าวสาร IT ต่างๆ ในบ้านเราที่ร้อนแรง ก็ยังคงหนีไม่พ้น กับข่าวของโทรศัพท์มือถือ อย่าง iPhone X ซึ่ง มีผลตอบรับที่ดีมากกับบ้านเรา วันนี้ทางเราจึงอยาก ขอนำเสนอ ความแตกต่างของกล้อง จาก iPhone X และ Pixel2 ให้เราได้ วิเคาระห์ และพิจารณากันดูนะคะ


     สำหรับ iPhone X ในบ้านเรา คงรู้จักกันอย่างดีแล้ว เนื่องจาก แบรนด์ Apple เป็นแบรนด์ยอดนิยมของคนไทยอยู่แล้ว แต่ ทางด้านของ Pixel 2 ในบ้านเราอาจจะยังไม่รู้จัก เนื่องจากมันไม่มีขายในประเทศของเรานั่นเอง วันนี้ นอกจากจะ นำเสนอเรื่อง ของกล้องแล้ว เราอยากจะนำเสนอ Pixel 2 ให้ใครหลายๆ คนได้รู้จัก คร่าวๆ นะคะ

     สำหรับ Pixel 2 เป็นโทรศัพท์เรือธงรุ่นล่าสุดจาก ค่ายยักษ์ ใหญ่ อย่าง Google นะคะ มี นวัตกรรมที่ไม่แตกต่างจาก โทรศัพท์รุ่นอื่นมากนัก เพียงแต่ ความทันสมัย ในการอัพเดทระบบ ปฏิบัติการ จะดีกว่ารุ่นอื่นๆ มาก เนื่องจาก Google เป็นเจ้าของ ระบบปฏิบัติการ Android ใช่แล้วค่ะ ฟังไม่ผิด Google ได้พัฒนา ระบบ ปฏิบัติการ ของ Android ให้ โทรศัพท์รุ่นต่างๆ ใช้ เช่น Samsung ,Nokia เป็นต้น และ ได้นำมาใช้กับผลิตภัณฑ์อย่าง Pixel 2 ซึ่ง มาพร้อมกับระบบ กล้องคู่ เช่นเดียวกันกับ iPhone X ซึ่งตรงนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันต่อค่ะ

     เกริ่นกันมาพอสมควรแล้วนะคะกับ Pixel 2 หลังจากนี้ จะเป็นการเปรียบเทียบ การถ่ายภาพของ โทรศัพท์เรือธงทั้งสองกัน

รายละเอียดกล้อง 



Pixel 2iPhone X
การบันทึก Video4K (30fps) 1080p (30/60fps) 720p (30/60fps)4K (24/30/60fps) 1080p (30/60fps) 720p (30fps)
การบันทึกภาพ สโลโมชั่น1080 (120fps) 720 (240fps)1080 (120/240fps)
รูรับแสง (กล้องหลัง)f/1.8f1.8 (wide-angle); f/2.4 (telephoto)
การรักษาความเสถียรของภาพ (ภาพชัดไม่เบลอไม่แตก)รักษาภาพทุกองประกอบ (แสงและอิเล็กทรอนิกส์)การป้องกันภาพสั่นไหวแบบออฟติคอล (ทั้งเลนส์)
ความละเอียดของกล้องหน้า8 เมกะพิกเซล7 เมกะพิกเซล
รูรับแสง (กล้องหน้า)f/2.4f/2.2

     กล้องทั้งสองทำงานได้ดีเยี่ยมในการถ่ายภาพทิวทัศน์ และ ภาพบุคคลในเวลากลางวัน โดยทั่วไปภาพจาก iPhone จะอุ่นขึ้นกว่าพิกเซลเล็กน้อย (ทำให้ภาพเข้มและคมชัด) ซึ่งจะมีผลต่อภาพถ่ายบุคคลในการถ่าย

iPhone X
pixel 2
     สำหรับการถ่ายภาพบุคคล อย่างที่กล่าวไปข้างต้น กล้องทั้งสอง มีความเยี่ยมยอดอยู่แล้ว เพียงแต่จะมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย
สำหรับ Apple ได้มีระบบนี้ครั้งแรกใน iPhone 7 plus ซึ่งผลตอบรับดีมาก ทำให้มีการพัฒนาลงใน iPhone X ด้วย ซึ่งทำให้ มีความคมชัดของเขตข้อมูลตื้น มากกว่า ภาพพื้นหลัง (เข้าใจง่ายๆคือ ทำให้ บุคคล มีความโดดเด่น และ หลังละลายมากขึ้นนั่นเอง) ส่วน ใน pixel 2 นั้น คล้ายกับ ของ iPhone เพียงแต่ภาพจะดู คมชัดกว่า (เพราะ รูรับแสงน้อยกว่า การถ่ายภาพบุคคลของ iPhone กล้องหลัง จะใช้รูรับแสง ของกล้อง เป็น f=2.4 รูรับแสงน้อย ภาพยิ่งคมชัดพื้นหลังยิ่งละลาย)

                                                                                                   
iPhone X
Pixel 2
     สรุปคือ หากชอบในการถ่าย โหมดบุคคลแบบ ใช้พื้นหลังช่วย สีสัน คมชัดแบบปกติ ให้เลือกใช้ iPhone X แต่หาก ชอบในการถ่าย ที่เน้น นายแบบหรือนางแบบ ทำให้โดดเด่นกว่าภาพพื้นหลัง ให้เลือกใช้ pixel 2 เพราะมีความละเอียดของภาพสูงกว่า iPhone X นั่นเอง

     นอกจากนี้ เพราะ iPhone X  ในการถ่ายภาพในที่มึดอาจจะมีการแจ้งเตือนให้ เปิดแฟรช เพื่อเพิ่มแสง ในการถ่ายภาพบุคคล ทำให้ แสงไม่เป็นแสงจากธรรมดา ทำให้ไม่ได้ภาพตามที่เราต้องการ แต่ pixel 2 แม้จะเป็นการถ่ายในที่มึด มั่นใจได้เลยว่า ภาพจะมีแสงเพียงพอต่อการถ่าย แน่นอน

การซูมและแฟลช


เลนส์ของ iPhone ตัวที่สองให้การซูมกล้องแบบออพติคอล 2เท่า (ขยายขนาดเพิ่มได้ 2 เท่านั่นเอง)
ขณะที่ Pixel อาศัย การซูมเพียงอย่างเดียวเพื่อให้เข้าใกล้วัตถุ ซึ่งจะเห็นผลแตกต่างได้ชัดเจน เมื่อใช้กล้องทั้งสอง ซูมถ่ายภาพ ที่ไกลที่สุด ใน iPhone X ภาพไม่แตกมากแต่ยังมีความคมชัดอยู่บ้าง
แต่ Pixel ภาพนุ่มนวล แต่ ภาพแตกอย่างชัดเจน เรื่องของแฟรช Pixel ทำงานไม่ดีเท่า iPhone แสงแฟรชของไอโฟนจะมีความสม่ำเสมอกว่า pixel นั่นเอง

คุณภาพวีดีโอ


     หัวข้อนี้ iPhone มีความสามารถที่ ดีกว่า Pixel 2 อย่างชัดเจน เนื่องจาก iPhone มีพิกเซล ในภาพอย่างสม่ำเสมอ (ภาพที่ออกมามีความลื่นไหล และ ไม่มีรอยแตกของภาพ) และ iPhone เน้นการถ่ายภาพบุคคล ทำให้ กล้องมีการโฟกัสที่ ใบหน้าบุคคลทำให้ มีความชัดเจนในการถ่ายมากขึ้น และการบันทึกเสียง iPhone มีการตัดเสียงภายนอกได้ดี ทำให้ได้ยินเสียง บุคคลชัดเจน แต่ pixel ตัดเสียงภายนอกได้ดี แต่จะมีเสียงลม ทรอดแทรกเข้ามาบ้าง และ iPhone มีการบันทึกที่ ความเร็วแฟรมต่อวิที่ 240 เท่ากันกับ pixel เพียงแต่ ความละเอียด สามารถทำได้สูงสุดที่ Full HD  แต่ pixel ทำได้ที่ 720p ทำให้ความคมชัดของ pixel ทำได้ดีกว่าเล็กน้อยนั่นเอง

การรักษาเสถียรภาพวีดีโอ

     จากที่กล่าวข้างต้นไว้ว่า iPhone ดีกว่า pixel เล็กน้อย หากมีการ ขยับภาพหรือเปลี่ยนฉากอย่างรวดเร็วอาจจะทำให้ภาพมีการสั่นไหวเล็กน้อย

ภาพถ่าย(ปกติ)และวีดีโอที่มีแสงน้อย

iPhone X
Pixel 2
     โทรศัพท์ทั้งสองเครื่องทำงานได้ดีมากสำหรับกล้องที่มีเซนเซอร์ขนาดเล็ก แต่ pixel มีความคมชัดกว่าเมื่อเทียบรายละเอียดกันแล้ว แต่ iPhone ให้ภาพที่ดูสะอาด แต่ Pixel มีรายละเอียดโดยรวมมากจนเกินไปทำให้ภาพดูมี ความเข้มมากเกินไป

กล้องใดชนะกันนะ ?

     สำหรับส่วนตัวแอดมินแล้ว หลังจากได้ดูรีวิวและศึกษาเปรียบเทียบกันแล้ว (ถึงจะยังไม่ไดใช้จริงก็เถอะ)
คิดว่า กล้องทั้งสอง มีความยอดเยี่ยมเท่ากัน แต่ใช้งานได้แตกต่างกัน ถ้าใครชอบ ถ่ายรูปที่ เน้น ถ่ายรูปบุคคล(หน้าชัดหลังเบลอ) หรือถ่ายวีดีโอ ให้ เลือก iPhone X แต่ถ้าชอบ การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ ภาพที่คมชัด ให้เลือก Pixel 2 แต่ถ้ามองกันจริงๆ ความแตกต่างทั้งสอง น้อยมาก ขึ้นอยู่กับ ความชอบส่วนบุคคลด้วยนะคะ
     วันนี้ ก็ขอจบเพียงเท่านี้ดีกว่าเนอะ (กลัวจะลายตากัน) เป็นความคิดเห็นของแอดมิน ใครมีความคิดเห็นอะไรเม้นกันได้นะ หรือจะให้ข้อมูลมากกว่านี้ก็เม้นกันมาเลย เผื่อเป็นทางเลือกให้ตัดสินใจใช้ iPhone X หรือ หาซื้อ Pixel 2 มาใช้กัน (แต่เรามี iPhone X ขายนะคะ -//-)

ขอบคุณมากค่ะ

CR: cnet





วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Samsung เตรียมเผยโฉม S9 และ S9+ ต้นปีหน้า
Samsung อาจโชว์ฟีเจอร์ใหม่สำหรับ Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ในงาน CES 2018

รายงานความคืบหน้าของ Galaxy S9 และ Galaxy S9+ ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นใหม่ของ Samsung ที่จะมีคิวเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า โดยแหล่งข้อมูลได้รายงานเข้ามาว่าทั้ง Galaxy S9 และ Galaxy S9+ จะยังคงใช้หน้าจอ Super AMOLED แบบ Infinity Display ขนาด 5.8 และ 6.2 บนอัตราส่วน 18:9 เหมือนกับ Galaxy S8 และ Galaxy S8+

แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกล้องด้านหลัง และตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ตัว Galaxy S9+ จะมาพร้อมกล้องด้านหลังแบบคู่ และมีการวางเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ที่ด้านล่างของเลนส์กล้องหลัง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ถนัดขึ้น พร้อมด้วยหน่วยความจำแรม 6GB ขณะที่ Galaxy S9 จะยังคงใช้กล้องหลังแบบเลนส์เดียวกับหน่วยความจำแรม 4GB ซึ่งทั้ง 2 รุ่นจะยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่เช่นเดิม



นอกจากนั้นยังได้มีรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่างาน CES 2018 ที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคม ทาง Samsung อาจเผยข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์ และความหมายของคำว่า Star 1 และ Star 2 ที่ตั้งให้เป็นโค้ดเนมของ Galaxy S9 และ Galaxy S9+ แต่จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคเครื่องและราคา ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีการเปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมตามปกติ

Samsung Galaxy S9 ทายาทเรือธงปี 2018 อาจพลิกโฉมดีไซน์แบบ Modular พร้อมเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมด้วยแถบแม่เหล็กที่ด้านหลังตัวเครื่องคล้าย Moto Mods!




แม้ว่ายังเหลืออีกยาวไกลกว่าจะถึงกำหนดการเปิดตัวของ Samsung Galaxy S9 แต่ก็มีการเปิดเผยเบาะแสใหม่ออกมาให้ได้ทราบกันเป็นระยะๆ โดยในล่าสุดได้มีการรายงานว่า Samsung Galaxy S9 อาจพลิกโฉมการดีไซน์เป็นแบบ Modular

นักข่าวจากประเทศรัสเซีย อ้างว่าได้รับข้อมูลมาจากแหล่งข่าวที่เปิดเผยชื่อไม่ได้ โดยมีใจความว่า ทาง Samsung มีแผนที่จะปรับให้ Samsung Galaxy S9 มีดีไซน์แบบ Modular พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมผ่านการเชื่อมต่อด้วยแถบแม่เหล็กที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ที่คล้ายกับการทำงานของ Moto Mods จากค่าย Moto เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็น Battery Pack, กล้องถ่ายภาพ 360 องศา, ลำโพงเสียง และอื่นๆ

จากข้อมูลในครั้งก่อนคาดว่า Samsung Galaxy S9 จะมาพร้อมกับหน้าจอไร้ขอบที่บางกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยี Y-OCTA และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่จาก Samsung อย่าง Exynos 9810 และชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 845 ซึ่งคาดว่าจะมีฟีเจอร์ในเบื้องต้นดังนี้



- หน้าจอแสดงผลความละเอียดระดับ 4K Ultra HD (2160x3840 พิกเซล)
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- รองรับคุณสมบัติการป้องกันน้ำ และป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ภายใต้หน้าจอ





ขอบคุณของมูลและรูปภาพจาก : thaimobilecenter


สำหรับบทความนี้พอแค่นี้ก่อนนะค่ะ ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้าน่ะค่ะ บั๊ยบายค่ะ



ThaiPaymall.com