วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

[Review] ASUS VivoBook S15 S510UQ โน้ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 15.6″ ในไซส์ 14″ i7-7500U+940mx
 

หลังจากที่ ASUS ได้เปิดตัวซีรีย์ VivoBook ตัวใหม่ที่งาน Computex ประเทศไต้หวัน ซึ่งจะรูปแบบจะคล้ายๆ ZenBook แต่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมถึงการออบแบบที่ดูเรียบง่ายกว่า โดยออกมาหลายรุ่นกันเลยทีเดียวเริ่มต้นตั้งแต่ที่ใช้ CPU เป็น Core i5 ไปจนถึง Core i7 และการ์ดจอที่เป็น 940MX ในซีรีย์รหัส S และ GTX 1050 ในซีรีย์รหัส Pro เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่ต่างๆ ทั้งด้วยสเปคประสิทธิภาพที่มาให้ค่อนข้างดีและมีแบตเตอรรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ถึงประกัน 2 ปีเต็ม ทำให้เจ้า ASUS VivoBook รุ่นใหม่นี้ดูน่าสนใจมากเลยทีเดียว
โดย ASUS VivoBook S15 รุ่นที่ทีมงานได้มารีวิวนั้นเป็นรุ่นรหัส S510UQ เบื้องต้นเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้ว ทีดูด้วยตาเปล่าคิดว่า 14 นิ้วเพราะมีขอบที่บางมาก ดูหรูหรา และขนาดตัวเครื่องที่บางเบาเล็กกระทัดรัด บอดี้อลูมิเนียมทั้งตัว สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นระดับ Full HD IPS ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง สนนราคา ASUS VivoBook S15 S510UQ สำหรับตัว i5 ราคาอยู่ที่ 22,990 กับ i7 ราคา 25,990 บาทครับ

VDO Review

Specification

สเปคภายในของตัว ASUS VivoBook S15 S510UQ จะคล้ายกับกลุ่มโน้ตบุ๊คทั่วไป โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ NanoEdge 15.6 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้างถึง 178 องศา ด้าน CPU เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i7-7500U ความเร็ว 2.7 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 2.9 GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 2 คอร์ 4 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและประหยัดแบตเตอรี่
ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 4 GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอนในระดับหนึ่ง ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce 940MX DDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ สำหรับฮาร์ดดิสก์ยังมีความจุ 1 TB 5400 RPM พร้อมรองรับด้วย SSD M.2 ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC ด้วย ไฟคีย์บอร์ด Backlit สีขาวปรับได้สามระดับ อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเจ้าตัวนี้สนนราคาอยู่ที่ 25,990 บาท ในรุ่น Core i7 พร้อมการรับประกัน 2 ปีเต็ม

Hardware / Design


ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ ASUS VivoBook S15 S510UQ นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร มองดูด้วยตาเปล่าคิดว่า 14 นิ้วเสียด้วยซ้ำ เนื่องด้วยมีขอบจอที่บางมากแบบ NanoEdge ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ขนาดความกว้างจอเท่ากับโน้ตบุ๊คมาตรฐานจากแบรนด์อื่นๆ ดูดี และมีความโดดเด่นมากๆ เรียกได้ว่าพัฒนาจากรุ่นก่อนๆ ออกมาได้ดูทันสมัยและเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แกนพับหน้าจอขนาดใหญ่ดูแข็งแรงสุดๆ

ส่วนบอดี้จะเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด โดยเฉพาะส่วนของสวนของฝาหน้าจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูแข็งกว่ากว่าปกติและทำให้ตัวเครื่องน้ำหนักที่เบา ส่วนบอดี้ด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นอลูมิเนียมธรรมดา ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางบนคีย์บอร์ดจะรู้สึกการสัมผัสที่ด฿เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป แุถมเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างยากอีกด้วย แต่ส่วนฝาหน้าจอจะเป็นรอยนิ้วมือง่ายสักหน่อย ดังนั้นผู้ใช้อาจจะต้องขยันเช็ดดูแลทำความสะอาดเครื่องซักนิด ลักษณะซอพต์ทัชให้ความรู้สึกที่ลื่น ปุ่มกดแข็งแรง สามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียว และในส่วนกล้องเว็บแคมก็ติดตั้งให้มาด้วยแบบ HD พร้อมไมค์ 2 ตัวแบบตัดเสียงเล่น Webcam สบายๆ

Screen / Speaker

็มท
Asus VivoBook S15 S510UQ ได้ติดตั้งหน้าจอด้านขนาด 15.6 นิ้ว แบบ NanoEdge ที่มีขอบหน้าจอที่บางมากเพียง 7.8 มิลลิเมตร ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD Panel IPS ถือเป็นสัดส่วน 80% ขอพื้นที่หน้าจอ และมีมุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจมาก เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้วที่ให้สีที่สวยที่สุด สมจริงที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว พร้อมกล้องความคมชัดระดับ HD และไมค์ตัดเสียง 2 ตัว อีกทั้งวัสดุในฝาหลังเป็นอลูมิเนียมอัลลอย ทำให้แข็งแรง ทนทานกว่ารุ่นอื่นและช่วยลดน้ำหนักตัวเครื่องให้เบามากขึ้นนั่งเอง
ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ระบบเสียง SonicMaster ให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง มีทั้งเสียงเบสที่มีน้ำหนัก ไม่ใช่ใส่แต่เสียงกลาง เสียงแหลมออกมาอย่างเดียว โดยตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น ทำให้เสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควร แยกรายละเอียดได้ซ้ายขวาได้ดี โดยรวมถือในส่วนของลำโพงถือว่าทำออกได้ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป ทั้งในคุณภาพเสียงที่ได้และเสียงดังฟังชัดเพียงพอจะออกไปในนอกสถานที่ได้ ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Keyboard / Touchpad


ทางด้านของคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำสกรีนตัวอักษรสีขาว มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือ ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ในส่วนการสัมผัสให้การสัมผัสที่นุ่มกำลังดี การตอบสนองทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วกันและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด แต่ตัวแป้นพิมพ์จะไม่มีในส่วนของแป้น Numpad ในของวัสดุส่วนนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก แถมมีไฟ Backlit สีขาว สามารถปรับได้ 3 ระดับ ปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมบนขวากลืนไปกับคีย์บอร์ด ซึ่งต้องระมัดเผลออาจจะไปกดโดนได้
ตัวทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ดีไซน์ออกมาแบบไม่มีปุ่มแยกเป็นชิ้นเดียวทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่การสัมผัสเลื่อนนิ้วไปมาจะดูฝืดๆ สักหน่อย ส่วนตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาสามารถควบคุมจัดการได้ดี ใช้งานแบบมัลติทัชได้ลื่นไหลพอสมควร

Connector / Thin And Weight


มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้วถือว่ามีความครบครันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.0 จำนวนหนึ่งพอร์ท ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็ว พอร์ต USB 2.0 อีกสองพอร์ทที่ไว้เชื่อมต่อกับเมาส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ และมีพอร์ท USB 3.1 Type C มาให้อีกหนึ่งพอร์ทด้วยสำหรับการรองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ ทางด้านพอร์ทการเชื่อมต่อหน้าจอก็จะมีพอร์ท HDMI มาให้ ส่วนใครที่ต้องการใช้พอร์ท VGA ตัวก็คงต้องหาซื้ออแดปเตอร์แปลง HDMI to VGA มาเอง รูเชื่อมต่อหูฟังเป็นแบบ Combo ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ส่วนช่องอ่าน SD Card จะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่อง แต่หากใครที่ต้องการใช้พอร์ท Lan คงต้องหาซื้ออแดปเตอร์แปลง USB to Lan เอาเองนะครับ
ขนาดของโน้ตบุ๊คตัวนี้ถือว่ามีมิติที่ค่อยข้างเล็กและบางเบา น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.7 กิโลกรัม และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็ก กะทัดรัดซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วน่าจะมีหนักราวๆ ไม่เกิน 1.9 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งเจ้าตัวนี้แน่นอนว่าออกแบบมาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเองครับ

Performance / Software

Asus VivoBook S15 S510UQ เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-7500U ซึ่งเป็นชิปประมวลแบบประหยัดพลังงาน มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.7 GHz สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 2.9 GHz นะครับ เป็น CPU แบบ 2 Core 4 Threads เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ ในระดับหนึ่ง มาพร้อม Ram ภายในขนาด 4 GB Bus 2400 โดยสามารถอัพได้สูงสุด 16 GB
  
ด้านของการ์ดจอที่ติดตั้งมาให้จะมีสองตัวด้วยกัน คือการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกจาก Nvidia ซึ่งการ์ดจอออนบอร์ดจะเป็น Intel HD Graphic 620 สำหรับประมวลผลทั่วไปเช่นดูหนังหรือฟังเพลง ส่วนการ์ดจอแยกจาก Nvidia GeForce 940MX  ขนาด 2 GB DDR5 สามารถรองรับการประมวลผลกราฟิกระดับสูงไม่ว่าจะตัดต่อหนังหรือจะเล่นเกมได้ในระดับหนึ่ง แม้อาจจะไม่แรงมากเทียบเท่าพวก GTX แต่ก็พอเพียงกับการใช้งานเล่นเกมประเภทออนไลน์ได้อยู่
  
การทดสอบ ทางทีมงานเริ่มจากเกมที่กินทรัพยากรพอสมควรอย่าง GTAV เรียกได้แค่พอเล่นได้เท่านั้นเมื่อปรับแบบ Normal ที่ความละเอียดหน้าจอ 1920 x 1080 ซึ่งมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยราวๆ 35 FPS ถือว่าทำได้ดีในโน้ตบุ๊คที่เน้นสำหรับพกพาเป็นหลัก ทั้งที่ไม่ได้ใส่ Ram เพิ่มให้เป็น 8 GB ด้วยซ้ำ
ส่วนอีก 2 เกมที่เหลือ ซึ่งเป็นเกมที่ทีมงานตัวเล่นเป็นประจำอย่าง Overwatch, DotA 2 ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งสองตัวนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล โดย Dota 2 ปรับสุดทุกอย่าง และ Overwatch ปรับระดับ High โดยผลทดสอบออกมาก็สามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในได้ดี โดยมีค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 30 FPS ขึ้นทั้งสองเกมตลอด (แต่ก็มีแอบร่วงบ้างในฉากตะลุมบอน)
ถ้าหากเพื่อนๆ อยากเล่นลื่นๆ ก็ควรปรับกราฟฟิคให้ต่ำลงมาหน่อย เพื่อให้ค่าเฉลี่ยเฟรทเรทสูงขึ้น สรุปโดยรวมตัวเครื่องสามารถเล่นเกมได้ดีใช้ได้เลยทีเดียว แม้จะไม่ใช่เกมมิ่งโน้ตบุ๊คก็ตาม อีกทั้งหน้าจอที่สวยงามสมจริง ทำให้ได้อรรถรสในการเล่นเพิ่มมากชึ้นอีกด้วย


Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Asus VivoBook S15 S510UQ เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 3 Cell สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) ส่วนช่องระบายของเจ้าโน้ตบุ๊คตัวนี้จะอยู่ด้านบนบริเวณแกนพับหน้าจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอลูมิเนียมของเครื่องเวลาพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

ทางด้านอุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 45 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 96 องศาเซลเซียส นับว่าเรื่องระบบระบายความร้อนของ Asus VivoBook S15 S510UQ เครื่องนี้ทำได้ดีในหมวดการใช้งานปกติ แต่หากเราใช้งานหนักๆ อุณหภูมิค่อนข้างสูงพอสมควรเพราะตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม แต่ก็ไม่ได้ร้อนมากจนสัมผัสบอดี้ในส่วนของจุดระบายความร้อนไม่ได้


Conclusion / Award


สำหรับเจ้าตัว Asus VivoBook S15 S510UQ ที่เพิ่งเปิดตัวมาเรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ ที่เน้นในส่วนของความบางเบา ในสเปคที่คุ้มค่า สามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียว รวมถึงในเรื่องของการดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ ที่ทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นอื่นพอสมควร อัพเกรดแบรนด์ Asus ให้ดูดีขึ้นไปอีกขึ้น แม้ว่าอาจจะข้อสังเกตนิดหน่อยที่ไม่ยอมใส่ SSD มาให้ให้ตัวทั้งที่ควรมีมาให้ตั้งแต่แรก

ทางด้านราคาเริ่มต้นสำหรับตัว Asus VivoBook S จะมีแบบทั้งที่ใช้เป็น Core i5 ไปจนถึง i7 ที่เป็นซีรีย์ Kabylake รหัส U โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 22,900 บาทขึ้นไป และตัวท๊อปที่นำมารีวิวเป็น Core i7 ก็สนนราคาที่ 25,990 บาท ถือว่าไม่แพงเลยสำหรับโน้ตบุ๊คเบาๆ สเปคคุ้มๆ เครื่องนี้

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีราคา Asus VivoBook S15 S510UQ จะมีราคาที่สูงกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ แต่ก็เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กเทียบและมีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว แต่มีขนาดบอดี้ น้ำหนัก มีขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วทั่วไป ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.7 กิโลกรัมและตัวเครื่องบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น แถมประสิทธิภาพของ i7-7500U + 940MX 2 GB DDR5 ก็ทำได้ดีด้วย สามารถเล่น GTA V ปรับ Normal สบายๆ

ข้อดี

  • เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้ว แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 14 นิ้ว
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD IPS ให้สีสันที่สวยสด งดงามมาก
  • ขอบหน้าจอแบบ NanoEdge บางพิเศษ ทำให้มีพื้นที่หน้าจอเยอะมาก
  • มี Blacklit Keyboard ปรับแสงได้ 3 ระดับ
  • น้ำหนักเบา วัสดุบอดี้เป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงทั้งตัว
  • แบตเตอรรี่ใช้งานได้ยาวนาน ไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมงครึ่งเมื่อนำมาเล่นอินเตอร์เน็ตดู Youtube
  • มีพอร์ท USB 3.1 type C มาให้ด้วย

ข้อสังเกต

  • ไม่มี Windows แท้มาให้
  • ไม่ได้ให้ SSD มาในตัว ต้องซื้อแยกต่างหาก
  • ไม่ได้แถมอแดปเตอร์ USB to VGA, USB to Lan ต้องซื้อแยกต่างหาก
  • Ram ตัวเครื่องให้มาแค่ 4 GB

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Asus VivoBook S15 S510UQ ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

award_use_2_create_12
ด้วยเจ้าตัว Asus VivoBook S15 S510UQ มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงาม เรียบง่าย เรียบหรู ดูไฮและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และตัวบอดี้เองก็ทำมาจากอลูมิเนียมทั้งหมดดูแข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา แถมยังมีขอบหน้าจอที่บางสุดๆ อีกด้วย

Best Mobility

award_use_2_create_23
ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา ทั้งในความบางเพียง 17.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 1.7 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1.9 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ


[Preview] HP OMEN 15, 17 รุ่นใหม่ปี 2017 ราคา 3x,xxx บาทและ HP Accelerator กล่องการ์ดจอแยกสุดเจ๋ง ราคา 9,900 บาท
สำหรับในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ HP OMEN ในวันที่ 20 มิ.ย. ณ สยามเซ็นเตอร์ เรียกได้ว่าสร้างสีสันสะเทือนวงการโน้ตบุ๊คเกมมิ่งเป็นอย่างดี อย่างที่ทราบกันดีว่าวงการเกมเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงปีถึงสองปีที่ผ่านมา ทำให้หลายๆ แบรนด์ไอทีต้องมุ่งเน้นในตลาดเกมมิ่งมากขึ้น ซึ่งทาง HP เองหลังจากที่ได้มีการปรับกลยุทธ์รูปแบบต่างๆ กันมาอย่างเต็มที่ เพื่อเอาใจเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะนั่นเอง

และในกลางปี 2017 นี้เอง HP ได้ทำการส่งเจ้าตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค OMEN by HP 15 และ OMEN by HP 17 ออกมาเข้าสู้ตลาด ซึ่งจะวางจำหน่ายจริงในเดือนสิงหาคมปีนี้ โดยตัวบอดี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด งานประกอบแน่น งานเนี๊ยบ ให้สัมผัสที่ดี พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าดีกว่ารุ่นก่อนเยอะ แถมมีพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ เพิ่มขึ้นและมีความสามารถในการใช้งาน VR มากขึ้นด้วยนั่นเอง

ในส่วนของบอดี้ทั้งตัว 15 และ 17 นิ้ว เรียกได้ว่าเหมือนกันราวกับพี่น้องฝาแฝด แตกต่างกันแค่ขนาดเท่านั้น ซึ่งสีบอดี้จะเน้นไปสีดำแดงเหมือนเดิม วัสดุทำมาจากพลาสติกกึ่งอลูมิเนียม ดีไซน์จะออกแนวเป็นตัว X ทั้งในส่วนของฝาบนและด้านใต้ตัวเครื่อง ปุ่มกดคีย์บอร์ดก็ออกมาใหม่พร้อมไฟสีแดง ส่วนตัวปุ่ม WASD จะเป็นไฟสีขาว เรียกได้ว่าสวยงามมากเลยทีเดียวครับสำหรับงานบอดี้ดีไซน์ใหม่ในส่วนนี้ดูดีมีความเป็นเกมมิ่งสุดๆ

OMEN by HP 15 Laptop PC

  
  
ในส่วนของสเปคภายในพูดเลยว่ามีหลายรหัสหลายรุ่นมาก เริ่มต้นสำหรับตัวที่หน้าจอ 15 นิ้วที่คาดว่าเอามาจำหน่ายในไทยจะใช้สเปค CPU เป็น Intel Core i7-7700HQ การ์ดจอ Nvidia GTX 1050/1050Ti (4GB) และ GTX 1060(6 GB), Ram รองรับสูงสุด 16 GB, HDD 1 TB 7200 รอบ (+ SSD m.2 128 GB ในบางรุ่น) จอด้านขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีกล้องความละเอียด HD และรองรับการใช้งาน Windows Hello ด้วย(รุ่นจำหน่ายจริงไม่ชัวว่ามีหรือไม่)
  
  
พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.1 type C, mini DisplayPort, HDMI, USB 3.1 type A, รูหูฟังและรูไมค์โครโฟรแบบแยกกัน ในส่วนของระบบระบายความร้อนใช้พัดลม 2 ตัว พร้อมฟินระบายความร้อนขนาดใหญ่คล้ายไอพ่นเครื่องบิน น่าจะหมดห่วงเรื่องระบายความร้อนไปได้เลย และมาพร้อม Windows 10 Home แท้ ลำโพง B&O เจ้าเก่า น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.56 กิโลกรัม ส่วนการรับประกันจัดเต็ม 2 ปี ส่วนราคาเท่าคาดว่าสำหรับตัวที่เป็นการ์ดจอ GTX 1050ti ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 39,900 บาทครับ

OMEN by HP 17 Laptop PC

  
  
มาดูในส่วนทางด้านของรุ่นพี่ใหญ่อย่างทางตัว OMEN 17 กันบ้าง ดูกันตรงๆ เลยคือดีไซน์เหมือนกับเจ้า OMEN 15 เป๊ะๆ เสมือนจับเอาไฟฉายโดเรม่อนมาขยายร่างให้ก็ไม่ปาน ส่วนสเปคภายในจะคล้ายๆ กัน โดยใช้ CPU เป็น Intel Core i7-7700HQ การ์ดจอมีหลายรุ่นด้วยกันทั้ง Nvidia GTX 1050/1050Ti (4GB) / GTX 1060(6 GB) / GTX 1070 (8GB), Ram รองรับสูง 32 GB, HDD 1 TB 7200 รอบ(หรือ 2 TB/5400 รอบ) + SSD m.2 256 GB หรือ 512 GB ในบางรุ่น ในส่วนของคีย์บอร์ดถ้าสังเกตดีๆ จะมีปุ่มมาโครมาให้ด้วย 6 ปุ่มทางซ้ายมือคีย์บอร์ด ซึ่งรุ่น 15 นิ้วจะไม่มี
  
  
ส่วนหน้าจอเป็นจอด้านขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD (120 Hz ในบางรุ่น) พาเนล IPS มีกล้องความละเอียด HD และรองรับการใช้งาน Windows Hello ด้วย(รุ่นจำหน่ายจริงไม่ชัวว่ามีหรือไม่) พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.1 type C, mini DisplayPort, HDMI, USB 3.1 type A, รูหูฟังและรูไมค์โครโฟรแบบแยกกัน
ในส่วนของระบบระบายความร้อนใช้พัดลม 2 ตัว ฟินระบายความร้อนขนาดใหญ่คล้ายไอพ่นเครื่องบิน และมาพร้อม Windows 10 Home แท้ ลำโพง B&O เจ้าเก่า น้ำหนักค่อนข้างหนักหน่อยซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3.73 กิโลกรัม ส่วนการรับประกันจัดเต็ม 2 ปี ส่วนราคาเท่าคาดว่าสำหรับตัวที่เป็นการ์ดจอ GTX 1060 ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 69,900 บาทครับ

OMEN by HP Accelerator


สำหรับเจ้าตัว OMEN Accelerator เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้สำหรับเพิ่มการ์ดจอแยกกับโน้ตบุ๊คที่มีการ์ดจอไม่แรง หรืออัลตร้าบุ๊ค เพื่อใช้สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ เสมือนกับเล่นเกมบนเดสก์ทอป PC โดยใช้วิธีการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbolt 3 ซึ่งเจ้าเครื่องนี้สามารถใช่ได้ทั้งการ์ดจอของค่าย Nviadia และ AMD โดยใช้ได้ 1 ตัว สามารถใช้ได้สูงสุดถึง GTX 1080Ti
  
  
นอกจากใส่การ์ดจอแยกได้แล้วเจ้า OMEN Accelerator ยังสามารถใส่ Harddisk เพิ่มได้ 2 แบบ คือ 1 TB หรือ 256 GB SSD โดยเจ้าเครื่องนี้มาพร้อม Power Supply ขนาด 500 วัตต์ พอร์ตเชื่อมต่อก็มีมาให้หลากหลายครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 Type A จำนวน 4 พอร์ต, USB 3.1 Type C จำนวน 1 พอร์ต รวมถึงมีพอร์ต Lan RJ-45 สำหรับเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอีกด้วย ส่วนราคาจะอยู่ที่ 9,990 บาท (ได้แต่กล่อง OMEN Accelerator ไม่แถมการ์ดจอและฮาร์ดดิสก์)
  
  
ในส่วนของการใช้งานหลายคนอาจจะสงสัยว่าใช้งานยังไง อย่างที่บอกไปในตอนแรก คือเราต้องมีโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ต Thunderbolt 3 เพื่อเชื่อมต่อกับเจ้า OMEN Accelerator โดยเจ้าเครื่องนี้จำเป็นต้องใช้ไฟเลี้ยงเสียบปลั๊กแยกเสมือน PC หนึ่งเครื่อง แล้วต้องต่อจอแยกผ่านการ์ดจอที่อยู่ในตัว OMEN Accelerator ซึ่งเราจะสามารถเล่นเกมผ่านโน้ตบุ๊คปกติแต่ใช้จอแยกที่ต่อกับ OMEN Accelerator แทนนั่นเอง อาจจะดูยุ่งยากหน่อยสำหรับใครหลายๆ คน แต่ดูเหมือนจะเหมาะกับไลฟ์ไตล์วัยทำงานที่ต้องการโน้ตบุ๊คเบาๆ แล้วอยากเล่นเกมหนักๆ เวลากลับมาบ้านก็เอาโน้ตบุ๊คเสียบเจ้าเครื่องนี้เล่นเกมสบายๆ ได้นั่นเองครับ